ครอบครัวเศรษฐบุตร

       คุณพระประเสริฐวานิช  มีสายสกุลที่แยกของจากท่าน   สกุล คือ

เศรษฐบุตร

ภิรมย์ภักดี

โปษยะจินดา

ประนิช  และ

เสถบุตร

"เมื่อนรนิติสืบค้นข้อมูลและนำมาพิมพ์เป็นหนังสือเล่มฉบับบางๆแล้วคนจำนวน 70 กว่าคนในครอบครัวตระกูลทั้งห้าคือเศรษฐบุตรเสถบุตรภิรมย์ภักดีโปษยะจินดาและประนิชได้นัดมาพบกันในวันรวมญาติเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2549 

ปรากฏว่าหลักฐานชิ้นสำคัญเก่าแก่กว่า 94 ปีที่นรนิติได้จากประยุทธ์เศรษฐบุตรอดีตหัวหน้าสำนักบัญชีสถานทูตอเมริกาคือเอกสารหนังสือสำคัญซึ่งเป็นลายพระหัตถ์รัชกาลที่ 6 พระราชทานนามสกุล "เศรษฐบุตร" ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2456 ที่ระบุถึงพระนรเนติบัญชากิจ (ลัด) และนายภักดีนารถ (เลิศ) เจ้าของรถเมล์ขาวนายเลิศผู้เป็นบิดาของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์สมบัติสิริไว้ว่า 

"นามสกุลที่เจ้าขอนั้นได้ไตร่ตรองดูแล้วเห็นว่าในสกุลของเจ้าได้มีประเสริฐวานิชอยู่ 2 คนต่อกันและมีชื่อเสียงขึ้นก็เพราะประเสริฐวานิช (โป้เพราะฉะนั้นขอให้นามสกุลของเจ้าว่า "เศรษฐบุตร" (เขียนตัวอักษรโรมันว่า "Sreshthabutra") เพื่อนามแห่งพระประเสริฐติดอยู่ในแผ่นดิน ขอให้สกุลเศรษฐบุตรเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงอยู่ในกรุงสยามชั่วกัลปาวสาน

แต่การสะกดเขียนนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษดังกล่าวไม่เคยเป็นที่ทราบจึงไม่ปรากฏเคยใช้กันแม้แต่สอเสถบุตรเจ้าของพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยที่มีชื่อเสียงและเจ้าของผลงานหนังสือขายดีชื่อ "ไปนอก" ที่สำนักพิมพ์นานมีใช้ก็ยังสะกดนามสกุลว่า Sethaputra ที่ต่างจากของนรนิติด้วย "

คัดลอกจากนิตยสารผู้จัดการพฤษภาคม 2550 

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=58801

ไว้อาลัยแด่ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัตืศิริ

 ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์  สมบัตืศิริ  ...

๒๔๖๒๒๕๕๓

 

หนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพณเมรุหลวง  หน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์  วัดเทพสิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร   วันอาทิตย์ที่๗สิงหาคม  .. ๒๕๕๔

ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์   สมบัติศิริ   เป็นลูกสาวคนเดียวของพระยาภักดีนรเศรษฐ์  หรือ "นายเลิศ" กับ คุณหญิงสิน  เศรษฐบุตร (เตวิทย์)

เกิดเมื่อวันศุกร์ที่๒๐กุมภาพันธ์พ.. ๒๔๖๒   ในช่วงปลายรัชสมัยรัชกาลที่๖  หลังสงครามโลกครั้งที่๑ยุติ

ชื่อเล่นที่เรียกกันในครอบครัวคือ "คุณเล็ก"  "คุณหนูเล็ก"  "แม่เล็ก"       ชื่อจริงที่บุพการีบรรจงตั้งคือ "เลอศักดิ์ออกจะเป็นชื่อแปลกในสมัยโน้น      และแปลกที่ตั้งให้เด็กหญิง มีผู้ทักว่าเป็นชื่อที่ดูจะแข็งไป   ความตั้งใจของบุพการีก็คือ  เมื่อพ่อชื่อเลิศ   ถ้าจะให้เหนือกว่าเลิศ  ก็ต้องเป็นเลอเลิศ ครั้นจะเรียกว่าเลอเลิศ  ก็มีชื่อพ่ออยู่ด้วย   จึงตัดเหลือแต่เพียง  "เลอส่วนคำว่าศักดิ์    เป็นอีกคำหนึ่งที่ผู้ตั้งได้ตั้งใจจะให้คู่กับสิน  หรือเหนือกว่าสิน      คนโบราณถือว่า  สินทรัพย์เป็นเรื่องพื้นๆธรรมดาจะให้เท่หรือเหนือกว่านั้น   คือเกียรติยศเกียรติศักดิ์ ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้มีคุณค่าและความหมาย   ที่สำคัญเป็นตัวแทนความรักจากบุพการี "คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจให้ดิฉันมีสิ่งที่ท่านถือว่าเหนือยิ่งกว่าท่าน  นั่นคือทั้งความเลอเลิศและการมีศักดิ์ศรี   ดิฉันจึงต้องรักษาไว้จนสุดชีวิต

ในสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม  มีรัฐนิยมให้ผู้หญิงชื่ิเป็นหญิง   ผู้ชายชื่อเป็นชาย  และให้สะกดง่ายๆเรียบๆ      ขนาดคุณพ่อยังต้องเปลี่ยนจากเลิศเป็นเลิด   จะได้สะกดง่ายๆสนองรัฐนิยม      มีคนมาแนะให้เปลี่ยนเป็นเลอศรี  เลอลักษณ์อยู่เหมือนกัน แต่เราไม่ได้เป็นข้าราชการ  ไม่ต้องกลัวรัฐนิยม

ท่านผู้หญิงสมรสกับนายพินิจ  สมบัติศิริบุตรชายพระยาศรีเสนาสมบัติศิริ  และคุณหญิงถวิลหวังสมบัตืศิริ (ประทีปะเสนในปี๒๔๙๐

 

ประวัติการศึกษา

โรงเรียนกุลสตรีศาลาแดง

โรงเรียนเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์

โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเคียวริตสึ  ประเทศญี่ปุ่น

 

ในวัยเด็ก   ท่านผู้หญิงเป็นแก้วตาของคุณพ่อคุณแม่   ได้รับการอบรมให้เป็นกุลสตรี ไม่ให้เดินดัง   ท่านสอนว่าหมดสวย   คำด่าก็ไม่ให้ใช้    นายเลิศสนิทสนมกับลูกสาวมาก   และทำตนเป็น ตัวอย่างที่ดีทั้งในการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยเหมาะกับกาลเทศะ     และยังปลูกฝังในมารยาทอันดีงาม 

ท่านผู้หญิงเล่าว่าคุณแม่เป็นคนเจ้าระเบียบแต่ใจดี   ท่านชอบอยู่บ้าน   ท่านทำของแจก  ทำอาหารแจกเพื่อนฝูงและคนยากจน   ทำส่งไปถวายพระ    แต่ทำเงียบๆ "คุณพ่อเป็นคนสมัยใหม่    สมัยใหม่แบบโบราณโดยการอ่านหนังสือ  โดยการคบกับฝรั่ง  เรียกว่าเรียนด้วยตนเอง  เรียนด้วยการกระทำท่านผู้หญิงซึมซับเอาแบบอย่างที่ดีจากบิดา  ที่เป็นคนทันสมัย  ประณีต  มีศิลปะอยู่ในตัว   มีความคิดสร้างสรรค์     รวมทั้งมีความสนใจที่ จะแสวงหาความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ"

 ท่านผู้หญิงได้เห็นอาหารต่างประเทศเช่นแฮม  ชีสมาตั้งแต่เด็กๆ   และคุ้นเคยกับมารยาทบนโต๊ะอาหารตามธรรมเนียมตะวันตก      สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับท่านมากที่สุดคือการรักต้นไม้  รักธรรมชาติ

 

กิจการเดินเรือในคลองแสนแสบจากกรุงเทพฯไปจังหวัดฉะเชิงเทรา   และกิจการรถเมล์ขาวสายแรกของนายเลิศก็มาสิ้นสุดที่ประตูน้ำ    ทำให้นายเลิศสนใจที่ดินท้องนาติดคลองแสนแสบทีต่อเนื่องมาจากวังสระปทุม   ซึ่งในยุคนั้นเป็นทุ่งนาผืนใหญ่  และสวนผักของชาวจีนสมัยเมื่อเกือบร้อยปีก่อน   ที่ดินแถวถนนเพลินจิต - สุขุมวิทราคาเพียงตารางวาละ๘สตางค์เท่านั้นนายเลิศได้กว้านซื้อที่ดินนี้เป็นบริเวณติดต่อกันเป็นผืนใหญ่  ตั้งแต่ซอยชิดลม  ไปจนจรดทางรถไฟ   ซึ่งในปัจจุบัน  คือบริเวณใต้ทางด่วนเพลินจิต "พ่อไม่ได้ซื้อมาขายไป   แต่ซื้อมาเก็บ   แล้วเขาก็รักที่ของเขา"

ท่านผู้หญิงเริ่มการศึกษาที่โรงเรียนกุลสตรีศาลาแดงของคุณหญิงวินิจนัยเทศ  ก่อนที่จะเข้าโรงเรียนเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ต่อจากนั้นจึงมาเป็นนักเรียนโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยของมิสเอ็ดนาโคลตั้งแต่ปี๒๔๗๗  จนจบชั้นมัธยม๖  เมื่อปี๒๔๘๑ เมื่อแหม่มโคลย้ายมาตั้งโรงเรียนขึ้นที่ที่นาริมคลองแสนแสบโดยย้ายมาจากโรงเรียนสตรีวังหลังเมื่อปี๒๔๖๓   เรือเมล์ขาวของนายเลิศที่เดินในคลองแสนแสบได้รับส่งไปรษณียภัณฑ์ให้กับมิสโคล   ตลอดจนส่งน้ำแข็งให้กับทางโรงเรียนโดยไม่ได้คิดมูลค่า

ลูกสาวของนายเลิศเมื่อเข้าโรงเรียนประจำก็สมกับที่ได้รับการอบรมมาดี   มีความรับผิดชอบ   รู้จักกาลเทศะ  เป็นผู้นำนักเรียนในชั้นมีประมาณ๓๐คน ถึงจะเป็นนักเรียนประจำเหมือนกัน  แต่ท่านผู้หญิงได้รับสิทธิพิเศษ  เรื่องอาหารการกินในวันอาทิตย์   คุณหญิงสินจะส่งรถเฟี้ยตเปิดประทุนให้คนขับรถและคนที่บ้านเอาของกินมาให้เป็นพิเศษอยู่คนเดียว    ท่านผู้หญิงก็จะนั่งกินอยู่ในรถคนอื่นออกมาไม่ได้    ท่านผู้หญิงแอบเอาของกินไปวางให้เพื่อนที่ริมรั้ว  เพราะตัวท่านนำของเข้าไปไม่ได้

About us

Contact Webmaster

  • Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Free business joomla templates